|
ไทย โซโคทรานั่ม < Thai Socotranum > |
| |
มีถิ่นกำเนิดในเขตอาหรับตอนใต้ จะพบได้มากที่สุดที่เกาะโซโคทร้าของเยเมน ถือว่าเป็นชวนชมยักษ์ที่แท้จริง มีรายงานว่าพบสูงถึง 6 เมตร โขดกว้างเกือบ 2 เมตรครึ่ง ต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะเห็นความแตกต่างจากชวนชมชนิดอื่นได้อย่างชัดเจน เอกลักษณ์เฉพาะตัวคือลำต้นจะขึ้นเป็นแท่งๆ เดียว ดูคล้ายบอนไซหรือต้นไม้ที่มีรากชี้ฟ้า ส่วนโขดจะมีรากที่ใหญ่บิดงอซับซ้อนสวยงามมาก ดอกดก ออกดอกประมาณปีละ 2 ครั้ง ในฤดูหนาวและฤดูร้อน ดอกสีชมพูมีขนาดเล็ก เวลาออกดอกมักทิ้งใบ ใบมันไม่มีขน สีเขียวเข้ม มีสีเส้นกลางใบชัดเจน |
| |
สำหรับประเทศไทยเรา มีผู้ไปทำงานที่ซาอุดิอาราเบีย นำกิ่งปักชำมาปลูกไว้ที่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "เพชรบ้านนา" นอกจากนั้นยังมีผู้นำเข้าต้นกล้าขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยมาปลูกและเพาะเลี้ยงที่ ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นที่มาของ "ยักษ์หนองแหน (ดำริสิทธิโชค) " ต่อมาภายหลังมีผู้นำลูกไม้ของยักษ์หนองแหนไปปลูกที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเทริงเทรา ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "เพชรหนองแหน" หรือเจ้าของเรียกว่า "ดำริสิทธิโชค" ต่อมาภายหลังมีผูนำลูกไม้ของเพชรหนองแหน ไปปลูกที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา จึงเป็นที่มาของชื่อ "ยักษ์บางคล้า" ในการนำเข้ามาในบ้านเราครั้งแรกนั้น เข้าใจว่าเป็นยักษ์อาหรับหรือยักษ์ซาอุ <Arabicum> ธรรมดา ต่อมาภายหลังจึงค้นพบเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีความแน่นอนชัดเจน จึงได้แน่ใจกันว่าเป็นสายพันธุ์ "โซโคทรานั่ม" <Socotranum> |
| |
ตามธรรมชาติชวนชมชนิดนี้ติดฝักค่อนข้างยาก แต่ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดมีความนึ่งของสายพันธุ์สูงและมักไม่กลายพันธุ์ จัดเป็นชวนชมสายพันธุ์ที่มีน้อยที่สุดและหาได้ยากมากที่สุด ทั้งในประเทศ และในโลกนี้ ดังนั้นทั้งเมล็ด ต้นกล้า ต้นขนาดเล็กและขนาดใหญ่ จึงมีไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด และมีราคาอยู่ในระดับสูงมาก |
| |
เรามีเมล็ด ต้นกล้า ลูกไม้เพาะเมล็ด ไม้เสียบยอด สายพันธไทย ุ์โซโคทรานั่ม นานาชนิดให้ท่านเลือกสรร |
| |
ไทย โซโคทรานั่ม <Socotranum> ในประเทศไทย สามารถจำแนกได้ ดังต่อไปนี้ |
| |
| |
|
1) |
เพชรบ้านนา <Thai Socotranum : Pet-Ban-Na <PBN> > |
|
| 1) |
ต้นแม่เป็นกิ่งปักชำ นำเข้ามาจากประเทศซาอุดิอาราเบีย มาปลูกที่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก |
| 2) |
ลักษณะเพชรบ้านนา |
| |
- ลำต้นขึ้นเป็นแท่ง มักแตกเป็นพุ่มอยู่ด้านบน |
| |
- มีกิ่งก้านสาขามาก กิ่งแผ่ขนานเกือบระนาบเดียวกับพื้น |
| |
- ลำต้นและกิ่งก้านมีสีขาวนวล |
| |
- ใบมันวาว และเรียวยาว ใบแผ่ผ่าย ใบไม่มีขนทั้งหน้าใบและหลังใบ |
| |
- ให้ดอกดก ดอกสีขมพูอ่อน ดอกมีขนาดเล็ก ออกดอกมักทิ้งใบ ออกดอกในฤดูหนาว และฤดูร้อน |
| |
- ตามธรรมชาติติดฝักยาก ฝักขนาดกลางๆ เมล็ดมีขนาดใหญ่ |
| |
- ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีความนิ่งของสายพันธุ์สูง |
| |
|
| |
|
|
2) |
เขาหินซ้อน < Thai Socotraunm : Kao-Hin-Zon> |
|
| 1) |
ต้นแม่ได้มากจาก ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา |
| 2) |
ลักษณะเขาหินซ้อน |
| |
- ล้ำต้นขึ้นเป็นแท่ง กิ่งใหญ่และมีกิ่งแข็ง |
| |
- รากใหญ่ กิ่งก้านแผ่คล้ายบอนไซ |
| |
- ใบมัน สีเขียวตองอ่อน ใบห่อ ปลายใบแหลม ใบไม่มีขนทั้งหน้าใบและหลังใบ |
| |
- ตามธรรมชาติติดฝักยาก ฝักมีขนาดกลางๆ เมล็ดมีขนาดใหญ่ |
| |
- ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดมีลักษณะที่หลากหลาย แต่มีลักษณะที่ดี |
| |
|
| |
|
|
3) |
เอส 1 <Thai Socotranum : "S1" |
|
| 1) |
ต้นแม่เป็นไม้เพาะเมล็ด นำเข้ามาจากต่างประเทศ |
| 2) |
ลักษณะของ "เอส1" |
| |
- โขดกลม เนียนเรียบและสวย |
| |
- กิ่งก้านสาขาแตกเป็นพุ่มด้านบน |
| |
- ใบมัน ใบกลมใหญ่ ปลายใบป้าน มีเส้นแดงกลางใบ |
| |
- ดอกสีชมพูสด กรวยดอกมีเส้นลายแดงเข้ม |
| |
- ตามธรรมชาติติดฝักยาก ฝักมีขนาดกลางๆ เมล็ดมีขนาดใหญ่ |
| |
- ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ด มีลักษณะที่ดี และมีความนิ่งของสายพันธุ์สูง |
| |
|
| |
|
|
4) |
เพชรกรุงเก่า < Petch Krung Kao> |
|
<ขออภัย - กำลังปรับปรุง> |
|
|
5) |
บางคล้า <Bang Kha> |
|
<ขออภัย - กำลังปรับปรุง> |
|
|
6) |
ชฏาทอง <Cha Da Thong> |
|
<ขออภัย - กำลังปรับปรุง> |
|
|
7) |
ชฏาเพชร <Cha Da Petch> |
|
<ขออภัย - กำลังปรับปรุง> |
|
|
8) |
มงกุฏทอง < Golden Crow> |
|
<ขออภัย - กำลังปรับปรุง> |
|
|
9) |
มงกุฎเพชร <Dimon Crow> |
|
<ขออภัย - กำลังปรับปรุง> |
|
|
10) |
เพชรกาญจนา <Petch Kan Ja Na> |
|
<ขออภัย - กำลังปรับปรุง> |
|
|
11) |
เพชรพระนคร <Petch Pa Na Kron> |
|
<ขออภัย - กำลังปรับปรุง> |
|
| |
|
| |
|
| |
หมายเหตุ |
| |
|
| |
| 1.) |
รายการสินค้าที่เกี่ยวกับโซโคทรานั่ม <Socotranum> บางรายการ ปัจจุบันมิได้มีการผลิต แต่เป็นการสะสมสายพันธุ์ในฟาร์มเท่านั้น หากท่านใดสนใจรายการสินค้านั้นๆ กรุณาสั่งผลิตหรือสั่งจองล่วงหน้า |
| 2.) |
ข้อความบางส่วนนำมาจากข้อเขียนของ รศ.ดร.สาวิตรี มาไลยพันธุ์ |
|